การป้องกันปัญหายาเสพติดในองค์กรหรือสถานประกอบการ รวมทั้งการระมัดระวังตนเองจากผู้ที่มีปัญหาติดยาเสพติด ที่อาจทำร้ายหรือทำให้เกิดอันตรายในลักษณะต่างๆกับตัวเราและคนรอบข้าง ที่สามารถทำได้ง่ายๆก็คือ การสังเกตพฤติกรรมของผู้ที่ติดยาเสพติด ส่วนพฤติกรรมของผู้ที่ติดยาเสพติดมีลักษณะอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ วิธีสังเกตพฤติกรรมผู้ที่ติดยาเสพติด ในองค์กรหรือสถานประกอบ นอกจากการตรวจสอบหรือทดสอบหาผู้ทิ่ติดเสพติดด้วยเครื่องตรวจสอบสารเสพติดแล้ว ยังสามารถใช้วิธีสังเกตพฤติกรรมของพนักงานหรือแรงงานที่ติดยาเสพติดได้ ดังนี้ 1.การแต่งกายไม่เรียบร้อย ไม่เป็นระเบียบ 2.มีอาการซึมเศร้า หรือชอบแยกตัวทำงานอยู่คนเดียวเงียบๆ หากว่างจากการทำงานมักพบอยู่ในมุมอับหรือพื้นที่เสี่ยง 3.สุขภาพทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด เช่น น้ำหนักตัวลดลง ผิวแห้ง หน้าหมองคล้ำ ริมฝีปากเขียวคล้ำ 4.บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงไป ก้าวร้าวหงุดหงิดและโมโหง่าย 5.พยายามสวมใส่แว่นดำ หรือแว่นที่สีเข้มๆ เพื่อปกปิดสายตา ปิดบังม่านตาที่ขยายขึ้น 6.สกปรก ไม่สนใจตัวเอง กลิ่นตัวแรง 7.ขาดความรับผิดชอบในหน้าที่ การทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ขาดงานหรือลางานบ่อยๆ 8.ไม่ปฎิบัติตามกฎระเบียบ เข้างานสาย และมีปัญหาด้านการเงินตลอด 9.ชอบมั่วสุมกับคนแปลกหน้า หรือคนที่มีพฤติกรรมเกี่ยวกับยาเสพติด 10.อาจพบอุปกรณ์เกี่ยวกับยาเสพติด เช่น หลอดฉีดยา เข็มฉีดยา กระดาษ หรือตะกั่ว และอื่นๆ มาตรการป้องกันปัญหายาเสพติดในองค์กร 1.ให้การศึกษากับพนักงานและผู้ใช้แรงงาน ทั้งการอบรม ติดป้ายประชาสัมพันธ์ กำหนดนโยบายและระเบียบเกี่ยวกับปัญหา โทษ และพิษภัยของยาเสพติด ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบจากการเสพยาเสพติด… Read More


  ปัญหาผู้ใช้แรงงานภายในสถานประกอบการเกี่ยวข้องกับ ปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะผู้เสพนอกจากเป็นปัญหาต่อสุขภาพและส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานของผู้ใช้แรงงานแล้ว ยังเป็นปัญหาโดยตรงต่อองค์กร ทำให้สถานประกอบการนั้นๆขาดเสถียรภาพและประสิทธิภาพ เนื่องจากทรัพยากรบุคคลคือผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ แนวทางป้องกันปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการ แนวทางการป้องกันปัญหายาเสพติด ผู้บริหารหรือเจ้าของสถานประกอบการ สามารถดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญายาเสพติด ด้วย 5 ขั้นตอน ต่อไปนี้ 1.กำหนดนโยบายป้องกันปัญหายาเสพติด มีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการป้องกันปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการต่างๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางปฎิบัติ  สำหรับรายละเอียดของนโยบายขึ้นอยู่กับสถานการณ์ภายในองค์กรนั้นๆ เนื่องจากลักษณะของธุรกิจและสภาพปัญหาของแต่ละสถานประกอบการไม่เหมือนกัน 2.ฝึกอบรมให้ความรู้ จัดฝึกอบรมให้กับหัวหน้างาน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างถูกต้องและถูกวิธี เพราะหัวหน้างานเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับพนักงานและผู้ใช้แรงงาน 3.ให้ความรู้และสร้างความตระหนักต่อผู้ใช้แรงงาน การให้การศึกษาและสร้างความตระหนักให้กับพนักงานและผู้ใช้แรงงาน ทำได้หลายวิธี เช่น การปฐมนิเทศพนักงานใหม่ การประชุมเฉพาะกิจ การให้ข้อมูลข่าวสารแก่พนักงานภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง การจัดนิทรรศการ หรือการให้ความรู้ทางเสียงตามสาย 4.ดูแลให้การช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหา ปัญหาของผู้ติดยาเสพติด เกิดได้จากหลายสาเหตุ นอกจากผู้ประกอบการจะหามาตรการในการป้องกันปัญหาแล้ว ยังต้องให้การดูแลและช่วยเหลือพนักงานหรือผู้ใช้แรงงานที่มีปัญหา โดยเริ่มจากหาสาเหตุของปัญหาที่ทำให้เสพยาเสพติด ให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำปรึกษา และส่งสถานบำบัดฟื้นฟูกรณีเป็นผู้เสพ 5.การตรวจทดสอบสารเสพติดภายในองค์กร ปัจจุบันภายในองค์กรหรือภายในสถานประกอบการต่างๆจะมีอุปกรณ์ทดสอบหาสารเสพติด เป็นกระบวนการตรวจสอบแบบง่ายๆโดยการตรวจปัสสาวะของพนักงานหรือผู้ใช้แรงงาน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ว่าสารเสพติดที่ตรวจพบนั้นเป็นชนิดใด เช่น  ยาม้า กัญชา ยาไอซ์ หรืออื่นๆ การรณรงค์หรือการหามาตรการในการป้องกันปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการต่างๆ นอกจากทั้ง 5 แนวทางที่กล่าวมาแล้ว… Read More


  ปัจจุบันมีโครงการอนุรักษ์หรือการรณรงค์ในเรื่องต่างๆเกิดขึ้นมากมาย จุดประสงค์หลักๆก็เพื่อเป็นการอนุรักษ์ รักษาไว้ หรือส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมให้ดีขึ้น  “โรงงานสีขาว” เป็นการส่งเสริมให้สถานประกอบการมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และนำความรู้ที่ได้รับไปกำหนดนโยบายและสนับสนุนกิจกรรมในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ทำให้โรงงานหรือสถานประกอบการนั้นๆปราศจากยาเสพติด หลักเกณฑ์โรงงานสีขาว สิ่งที่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของโรงงานควรรู้เกี่ยวกับการป้องกันตรวจสอบพฤติกรรมผู้ใช้แรงงาน ทำให้เป็นสถานประกอบการหรือโรงงานสีขาว ก็คือ หลักเกณฑ์ที่ต้องถือปฎิบัติ ซึ่งมีทั้งหมด 8 ข้อ ดังนี้ 1.มีการกำหนดนโยบายในการป้องกันปัญหายาเสพติดไว้อย่างชัดเจน ผู้ประกอบการจะต้องนโยบายในการบริหารงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันปัญหายาเสพติดไว้อย่างเป็นระบบ เริ่มจากการพิจารณารับแรงงาน การควบคุม ตรวจสอบทดสอบหาสารเสพติดจากผู้ใช้แรงงานภายในองค์กร จัดทำบันทึกประวัติของพนักงานแต่ละคนไว้อย่างละเอียด และให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด 2.มีป้ายประกาศเตือนพิษภัยของยาเสพติดไว้ในสถานประกอบการ นอกจากมีป้ายประกาศเตือนถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติดไว้ในสถานประกอบการแล้ว ควรมีป้ายชี้แจงมาตรการ การทดสอบ การลงโทษเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดของผู้ใช้แรงงาน หากมีแรงงานต่างด้าวควรมีป้ายประกาศเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานมีความเข้าใจและปฎิบัติตามถูกต้อง 3.มีคณะทำงานเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดโดยเฉพาะ ในสถานประกอบการนั้นๆ ต้องจัดให้มีคณะทำงานเพื่อสอดส่องดูแลพฤติกรรมของพนักงานและผู้ใช้แรงงาน มีหน้าที่ทดสอบตรวจสอบสารเสพติดและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหายาเสพติด 4.อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาและโทษของยาเสพติด มีการอบรมให้ความรู้กับคณะทำงาน และผู้ใช้แรงงานให้ทราบถึงโทษ พิษภัยของยาเสพติด ทราบนโยบายและมาตรการเกี่ยวกับการป้องกันปัญหายาเสพติดภายในองค์กร 5.มีกิจกรรมรณรงค์ ผู้ประกอบการต้องจัดให้มีกิจกรรมการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดในรูปแบบต่างๆ เช่น จัดประกวดคำขวัญ จัดนิทรรศการ การแข่งขันกีฬา หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ใช้แรงงาน ต่อภาพลักษณ์ขององค์การและเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม 6.มีการตรวจสุขภาพพนักงานและผู้ใช้แรงงานอย่างสม่ำเสมอ ในสถานประกอบการจะต้องดำเนินการตรวจสุขภาพพนักงานและผู้ใช้แรงงาน รวมถึงการตรวจและ ทดสอบหาสารเสพติด โดยกำหนดเป็นนโยบายให้ตรวจประจำปีหรือตรวจเฉพาะกิจ… Read More


ปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดรวมถึงพฤติกรรมของผู้ติดยาเสพติดที่ส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในสังคม เป็นข่าวให้เราได้รับรู้ทุกวัน จากข้อมูลการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด สำนักปลัดกระทรวงสาธารณะสุขยังระบุอีกว่าผู้ที่เข้ารับการบำบัดมากที่สุดได้แก่กลุ่มคนวัยทำงานหรือกลุ่มผู้ใช้แรงงาน  การตรวจหาสารเสพติดของพนักงานในองค์กร จากสถิติและข้อมูลผู้เข้ารับการบำบัดรักษาที่เป็นกลุ่มคนวัยทำงานและผู้ใช้แรงงาน ดังนั้นในสถานประกอบการหรือในองค์กรต่างๆจึงอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะตรวจพบผู้ใช้สารเสพติดได้มาก และจากนโยบายที่ต้องการให้สถานประกอบเป็นองค์กรสีขาวที่ปลอดภัยจากยาเสพติด ทำให้องค์กรหรือสถานประกอบการต่างๆ จัดหามาตรการเฝ้าระวังพฤติกรรมเพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยจัดให้มีการสุ่มตรวจหาสารเสพติดภายในองค์กรเป็นระยะๆ 5 ข้อดี ในการตรวจหาสารเสพของพนักงานในองค์กร 1.ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานดีขึ้น การตรวจหายาเสพติดในสถานประกอบการ เป็นนโยบายการบริหารที่นอกจากสนองต่อนโยบายภาครัฐเพื่อทำให้สถานประกอบเป็นองค์กรสีขาวที่ปลอดภัยจากยาเสพติดแล้ว ยังทำให้คุณภาพชีวิตของพนักงานและผู้ใช้แรงงานภายในองค์กรดีขึ้น 2.การทำงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล การตรวจหายาเสพติดในสถานประกอบการ ถือเป็นมาตรการที่มีความสำคัญต่อองค์กร เนื่องจากผู้ใช้แรงงานหรือทรัพยากรบุคคล เป็นกำลังสำคัญเมื่อพนักงานมีคุณภาพสามารถปฎิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิผล ความสำเร็จตามเป้าหมายที่องค์กรวางไว้ก็เป็นไปได้ง่าย 3.สถานประกอบการมีความเข้มแข็ง การบริหารองค์กรโดยกำหนดให้มีการตรวจหายาเสพติดเป็นประจำ ทำให้องค์กรหรือสถานประกอบการมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการป้องกันปัญหายาเสพติด มีระบบเฝ้าระวังอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เป็นองค์กรสีขาวที่ปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน 4.สร้างจิตสำนึกความรักความผูกพันต่อองค์กร ปัญหาการติดยาเสพติดของผู้ใช้แรงงาน ส่วนหนึ่งเกิดจากความเป็นอยู่ที่ยากจน การแข่งขัน รายได้ที่ไม่เพียงกับค่าใช้จ่าย ทำให้ต้องดิ้นรนหาทางออกให้กับตนเองบางคนหาทางออกไม่ได้ก็เลือกเสพยาเสพติดเพื่อให้ลืมปัญหาลืมความทุกข์ เมื่อตรวจพบสารเสพติดและมีแนวทางแก้ไขปัญหาโดยการส่งไปบำบัดฟื้นฟูและสามารถรับกลับเข้าทำงานใหม่อีกครั้ง เป็นการสร้างจิตสำนึกความรักความผูกพันต่อองค์กร ซึ่งส่งผลทั้งต่อผู้ประกอบการและผู้ใช้แรงงาน 5.เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม การตรวจหายาเสพติดในสถานประกอบการ ทำให้ผู้ใช้แรงงานสามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและสถานประกอบการ เป็นการส่งผลดีต่อส่วนรวม เพราะช่วยให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นด้วย ปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการ ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากพื้นฐานการดำรงชีวิตของผู้คนในสังคม และส่วนหนึ่งอาจเกิดจากเจ้าของสถานประกอบการเอาเปรียบผู้ใช้แรงงาน แสวงหาผลกำไรมากขึ้น ทำให้พนักงานหรือผู้ใช้แรงงานต้องทำงานหนักเพื่อให้ได้รับค่าแรงมากตามปริมาณงาน จนต้องพึงพายาเสพติด เพื่อหวังให้กระตุ้นการทำงาน หากมีมาตรการป้องกันและทำความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้ใช้แรงงานและผู้ประกอบการ นอกจากทำให้ปัญหายาเสพติดหมดไปแล้วยังส่งผลให้องค์กรหรือสถานประกอบการพัฒนาขึ้นในทุกๆด้าน  … Read More


  ปัจจุบันการสมัครเข้าทำงานในองค์กรต่างๆ เมื่อผ่านการคัดเลือกด้านความรู้ความสามารถแล้ว ขั้นตอนสำคัญก่อนพิจารณารับเข้าทำงานก็คือการตรวจสุขภาพและ การตรวจหาสารเสพติด เมื่อเข้าทำงานในองค์กรหรือสถานประกอบการต่างๆแล้ว แต่ละองค์กรก็ยังมีนโยบายในการทดสอบหาสารเสพติดจากพนักงานเป็นระยะๆ สามารถตรวจโดยใช้ ชุดตรวจสารเสพติด GPO ซึ่งยาเสพติดที่แพร่ระบาดในประเทศไทยมีอยู่ 6 ชนิด คือ ประเภทของยาเสพติด และลักษณะการออกฤทธิ์        1.ยาบ้า ยาบ้า เป็นยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท เป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่มีชื่อว่า เมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) การเสพยาบ้าจะทำให้ผู้เสพ มีอาการหงุดหงิด วิตกกังวลใจ รู้สึกสับสน นอนไม่หลับ และอาการจะรุนแรงมากยิ่งขึ้นเมื่อเสพยามากขึ้น การเสพยาบ้าในปริมาณมากๆ หรือเสพติดต่อกันเป็นระยะวลานานๆ จะทำให้ผู้เสพกลายเป็นคนวิกลจริต และมีโอกาสทำร้ายผู้อื่นรอบข้างได้ ยาบ้าสามารถตรวจพบเในปัสสาวะได้ภายใน 20 นาที หลังการเสพ 2.ยาไอซ์ (Ice) ยาไอซ์ (Ice) ผลึกใสสีขาวคล้ายน้ำแข็งจึงเป็นที่มาของชื่อยาไอซ์ นิยมเสพโดยการสูดดมควันหรือโดยการละลายน้ำแล้วฉีดเข้าเส้น การออกฤทธิ์คล้ายกับยาบ้า 3.ยาอี ยาอี เป็นชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มยาเสพติดที่นิยมใช้ในสถานบันเทิง ที่พบในประเทศไทย จะมีลักษณะเป็นรูปแคปซูลหรือเม็ด ส่วนใหญ่จะเป็นยาเม็ดกลมแบนสีต่างๆ เสพโดยการรับประทาน จะออกฤทธิ์ภายใน 30-60 นาที และออกฤทธิ์นาน 6.-8… Read More


การตรวจหาสารเสพติดในสถานประกอบการ สำคัญอย่างไร   การแพร่ระบาดของสารเสพติดทุกรูปแบบ เป็นปัญหาอย่างมากต่อเยาวชนและกลุ่มคนที่อยู่ในวัยแรงงาน จากสถิติข้อมูลการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด จากสำนักปลัดกระทรวงสาธารณะสุขปี 2560 พบว่าผู้ที่เข้ารับการบำบัดเป็นคนวัยแรงงานมากถึงร้อยละ 60.62 จากปัญหาที่พบ ทำให้มีการควบคุมและกำหนดให้สถานประกอบการตรวจสอบผู้ใช้แรงงานหรือพนักงาน ให้ปลอดภัยจากยาเสพติดทุกประเภท ปัญหาแรงงานและการตรวจสารเสพติด จากปัญหาผู้ใช้แรงงานหรือผู้ที่อยู่ในวัยทำงานภายในสถานประกอบการต่างๆ มีความเสี่ยงต่อการใช้สารเสพติดชนิดต่างๆ ประกอบกับองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดให้มีการตรวจสอบพนักงานหรือบุคคลากรผู้ใช้แรงงาน เพื่อทำให้สถานประกอบการนั้นๆเป็นองค์กรที่ปลอดภัยจากยาเสพติด สถานประกอบการต่างๆ จึงจำเป็นที่จะต้องมีอุปกรณ์สำหรับการตรวจสอบสารเสพติดไว้ใช้ภายในองค์กร ชุดทดสอบสารเสพติด คืออะไร ชุดทดสอบสารเสพติดหรืออุปกรณ์ทดสอบหาสารเสพติดให้โทษในร่างกายของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลโดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้รู้ว่าบุคคลหรือกลุ่มบุคคลนั้นมีสารเสพติดอยู่ในร่างกายหรือไม่ และการตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย สามารถตรวจได้จาก ปัสสาวะ เหงื่อ น้ำลาย เลือด เส้นผม และเล็บ ซึ่งการเลือกตัวอย่างชนิดใดมาทดสอบขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่นำมาใช้ทดสอบ ความสำคัญของการตรวจสารเสพติด ในสถานประกอบการ จากนโยบายของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กำหนดให้สถานประกอบการทุกแห่งต้องปลอดจากยาเสพติด โดยส่งเสริมให้มีระบบการจัดการด้านยาเสพติดตามโครงการโรงงานสีขาวและระบบมาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดมีการเฝ้าระวังสำรวจพฤติกรรมของลูกจ้างและพนักงานในองค์กร หากพบว่ามีพฤติกรรมและตรวจพบว่ามีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย ก็จะถูกส่งบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพ นอกจากนั้นการตรวจสารเสพติดในสถานประกอบการ ยังเป็นการตอบรับนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศไทยอีกด้วย มาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการ สำหรับเกณฑ์ที่ใช้เป็นมาตรฐานให้สถานประกอบการใช้ตรวจสอบป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด ประกอบด้วย 6 ขั้น ได้แก่ 1.มีบริการจัดการที่เป็นระบบ 2.มีคณะทำงานเกี่ยวกับเรื่องของยาเสพติดภายในสถานประกอบการโดยเฉพาะ 3.มีการประกาศประชาสัมพันธ์ รณรงค์ต่อต้านและให้ความรู้แก่พนักงานอย่างสม่ำเสมอ 4.มีมาตรการเฝ้าระวังพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด 5.มีมาตรการช่วยเหลือ… Read More


                ติดต่อฝ่ายขาย :  02-616-3819  ชุดตรวจสารเสพติด องค์การเภสัชกรรม GPO  … Read More


จำหน่าย ชุดตรวจสารเมทแอมเฟตามีน  หรือ ชุดตรวจสารเสพติด องค์การเภสัชกรรม GPO, บริษัท หรือหน่วยงานราชการ สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่นี่. โทร : 02-616-3819… Read More


    จำหน่าย ชุดตรวจสารเมทแอมเฟตามีน  หรือ ชุดตรวจสารเสพติด องค์การเภสัชกรรม GPO, บริษัท หรือหน่วยงานราชการ สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่นี่. โทร : 02-616-3819… Read More