แนวทางป้องกันปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการ

ปัญหาผู้ใช้แรงงานภายในสถานประกอบการเกี่ยวข้องกับปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะผู้เสพนอกจากเป็นปัญหาต่อสุขภาพและส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานของผู้ใช้แรงงานแล้ว ยังเป็นปัญหาโดยตรงต่อองค์กร ทำให้สถานประกอบการนั้นๆขาดเสถียรภาพและประสิทธิภาพ เนื่องจากทรัพยากรบุคคลคือผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

แนวทางป้องกันปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการ

                แนวทางการป้องกันปัญหายาเสพติด ผู้บริหารหรือเจ้าของสถานประกอบการ สามารถดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญายาเสพติด ด้วย 5 ขั้นตอน ต่อไปนี้

1.กำหนดนโยบายป้องกันปัญหายาเสพติด

                มีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการป้องกันปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการต่างๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางปฎิบัติ  สำหรับรายละเอียดของนโยบายขึ้นอยู่กับสถานการณ์ภายในองค์กรนั้นๆ เนื่องจากลักษณะของธุรกิจและสภาพปัญหาของแต่ละสถานประกอบการไม่เหมือนกัน

2.ฝึกอบรมให้ความรู้

                จัดฝึกอบรมให้กับหัวหน้างาน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างถูกต้องและถูกวิธี เพราะหัวหน้างานเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับพนักงานและผู้ใช้แรงงาน

3.ให้ความรู้และสร้างความตระหนักต่อผู้ใช้แรงงาน

                การให้การศึกษาและสร้างความตระหนักให้กับพนักงานและผู้ใช้แรงงาน ทำได้หลายวิธี เช่น การปฐมนิเทศพนักงานใหม่ การประชุมเฉพาะกิจ การให้ข้อมูลข่าวสารแก่พนักงานภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง การจัดนิทรรศการ หรือการให้ความรู้ทางเสียงตามสาย

4.ดูแลให้การช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหา

                ปัญหาของผู้ติดยาเสพติด เกิดได้จากหลายสาเหตุ นอกจากผู้ประกอบการจะหามาตรการในการป้องกันปัญหาแล้ว ยังต้องให้การดูแลและช่วยเหลือพนักงานหรือผู้ใช้แรงงานที่มีปัญหา โดยเริ่มจากหาสาเหตุของปัญหาที่ทำให้เสพยาเสพติด ให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำปรึกษา และส่งสถานบำบัดฟื้นฟูกรณีเป็นผู้เสพ

5.การตรวจทดสอบสารเสพติดภายในองค์กร

                ปัจจุบันภายในองค์กรหรือภายในสถานประกอบการต่างๆจะมี อุปกรณ์ตรวจหาสารเสพติด เป็นกระบวนการตรวจสอบแบบง่ายๆโดยการตรวจปัสสาวะของพนักงานหรือผู้ใช้แรงงาน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ว่าสารเสพติดที่ตรวจพบนั้นเป็นชนิดใด เช่น  ยาม้า กัญชา ยาไอซ์ หรืออื่นๆ

                การรณรงค์หรือการหามาตรการในการป้องกันปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการต่างๆ นอกจากทั้ง 5 แนวทางที่กล่าวมาแล้ว การจัดสภาพแวดล้อมภายในสถานประกอบการ จัดให้มีสถานที่ออกกำลังกาย ภายในห้องทำงานมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก มีแสงสว่างเพียงพอ เมื่อมีการตรวจสุขภาพประจำปีอาจมีตรวจสารเสพติดไปพร้อม หรือจัดให้การมีตรวจสารเสพติดเป็นการเฉพาะโดยกำหนดเป็นนโยบายแต่ไม่แจ้งวันตรวจให้พนักงานหรือผู้ใช้แรงงานทราบล่วงหน้า ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการป้องกันปัญหายาเสพติดภายในสถานประกอบการ

โรงงานสีขาว คืออะไร

ปัจจุบันมีโครงการหรือการรณรงค์ในเรื่องต่างๆเกิดขึ้นมากมาย จุดประสงค์หลักๆก็เพื่อเป็นการอนุรักษ์ รักษาไว้ หรือส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมให้ดีขึ้น  “โรงงานสีขาว” เป็นการส่งเสริมให้สถานประกอบการมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และนำความรู้ที่ได้รับไปกำหนดนโยบายและสนับสนุนกิจกรรมการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ทำให้สถานประกอบการนั้นๆปราศจากยาเสพติด

หลักเกณฑ์โรงงานสีขาว

                สิ่งที่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของโรงงานควรรู้เกี่ยวกับการป้องกันตรวจสอบพฤติกรรมผู้ใช้แรงงาน ทำให้เป็นสถานประกอบการหรือโรงงานสีขาว ก็คือ หลักเกณฑ์ที่ต้องถือปฎิบัติ ซึ่งมีทั้งหมด 8 ข้อ ดังนี้

1.มีการกำหนดนโยบายในการป้องกันปัญหายาเสพติดไว้อย่างชัดเจน

                ผู้ประกอบการจะต้องนโยบายในการบริหารงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันปัญหายาเสพติดไว้อย่างเป็นระบบ เริ่มจากการพิจารณารับแรงงาน การควบคุม ตรวจสอบหาสารเสพติด จากผู้ใช้แรงงานภายในองค์กร จัดทำบันทึกประวัติของพนักงานแต่ละคนไว้อย่างละเอียด และให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด

2.มีป้ายประกาศเตือนพิษภัยของยาเสพติดไว้ในสถานประกอบการ

                นอกจากมีป้ายประกาศเตือนถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติดไว้ในสถานประกอบการแล้ว ควรมีป้ายชี้แจงมาตรการ การทดสอบ การลงโทษเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดของผู้ใช้แรงงาน หากมีแรงงานต่างด้าวควรมีป้ายประกาศเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานมีความเข้าใจและปฎิบัติตามถูกต้อง

3.มีคณะทำงานเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดโดยเฉพาะ

                ในสถานประกอบการนั้นๆ ต้องจัดให้มีคณะทำงานเพื่อสอดส่องดูแลพฤติกรรมของพนักงานและผู้ใช้แรงงาน มีหน้าที่ ตรวจสอบสารเสพติด และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหายาเสพติด

4.อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาและโทษของยาเสพติด

                มีการอบรมให้ความรู้กับคณะทำงาน และผู้ใช้แรงงานให้ทราบถึงโทษ พิษภัยของยาเสพติด ทราบนโยบายและมาตรการเกี่ยวกับการป้องกันปัญหายาเสพติดภายในองค์กร

5.มีกิจกรรมรณรงค์

                ผู้ประกอบการต้องจัดให้มีกิจกรรมการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดในรูปแบบต่างๆ เช่น จัดประกวดคำขวัญ จัดนิทรรศการ การแข่งขันกีฬา หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ใช้แรงงาน ต่อภาพลักษณ์ขององค์การและเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม

6.มีการตรวจสุขภาพพนักงานและผู้ใช้แรงงานอย่างสม่ำเสมอ

                ในสถานประกอบการจะต้องดำเนินการตรวจสุขภาพพนักงานและผู้ใช้แรงงาน รวมถึงการตรวจและทดสอบหาสารเสพติด โดยกำหนดเป็นนโยบายให้ตรวจประจำปีหรือตรวจเฉพาะกิจ

7.ตรวจสอบเพื่อรักษามาตรฐานโรงงานสีขาว

                สถานประกอบการจะต้องรักษามาตรฐานความเป็นโรงงานสีขาว โดยกำหนดนโยบายมอบหมายให้มีคณะกรรมการรับผิดชอบคอยส่อดส่องพฤติกรรมการทำงานของพนักงานและผู้ใช้แรงงานว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เสพ และไม่เป็นผู้ค้า

8.อำนวยความสะดวกให้กับคณะกรรมการตรวจสอบ

                สถานประกอบการจะต้องจัดทำบันทึกและเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบจากส่วนราชการตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

เกณฑ์ประเมินโรงงานสีขาว

                1.โรงงานสีขาว  ระดับหนึ่ง             ต้องผ่านเกณฑ์ทั้ง 8 ข้อ

                2.โรงงานสีขาว  ระดับสอง              ต้องผ่านเกณฑ์  2,5,7,8

                3.โรงงานสีขาว  ระดับสาม              ต้องผ่านเกณฑ์ 1,2,7

5 ข้อดี การตรวจหาสารเสพติดของพนักงานในองค์กร

ปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดรวมถึงพฤติกรรมของผู้ติดยาเสพติดที่ส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในสังคม เป็นข่าวให้เราได้รับรู้ทุกวัน จากข้อมูลการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด สำนักปลัดกระทรวงสาธารณะสุขยังระบุอีกว่าผู้ที่เข้ารับการบำบัดมากที่สุดได้แก่กลุ่มคนวัยทำงานหรือกลุ่มผู้ใช้แรงงาน

 การตรวจหาสารเสพติดของพนักงานในองค์กร

จากสถิติและข้อมูลผู้เข้ารับการบำบัดรักษาที่เป็นกลุ่มคนวัยทำงานและผู้ใช้แรงงาน ดังนั้นในสถานประกอบการหรือในองค์กรต่างๆจึงอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะตรวจพบผู้ใช้สารเสพติดได้มาก และจากนโยบายที่ต้องการให้สถานประกอบเป็นองค์กรสีขาวที่ปลอดภัยจากยาเสพติด ทำให้องค์กรหรือสถานประกอบการต่างๆ จัดหามาตรการเฝ้าระวังพฤติกรรมเพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยจัดให้มีการใช้ ชุดตรวจหาสารเสพติด ภายในองค์กรเป็นระยะๆ

5 ข้อดี ในการตรวจหาสารเสพของพนักงานในองค์กร

1.ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานดีขึ้น

การตรวจหายาเสพติดในสถานประกอบการ เป็นนโยบายการบริหารที่นอกจากสนองต่อนโยบายภาครัฐเพื่อทำให้สถานประกอบเป็นองค์กรสีขาวที่ปลอดภัยจากยาเสพติดแล้ว ยังทำให้คุณภาพชีวิตของพนักงานและผู้ใช้แรงงานภายในองค์กรดีขึ้น

2.การทำงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

การตรวจหายาเสพติดในสถานประกอบการ ถือเป็นมาตรการที่มีความสำคัญต่อองค์กร เนื่องจากผู้ใช้แรงงานหรือทรัพยากรบุคคล เป็นกำลังสำคัญเมื่อพนักงานมีคุณภาพสามารถปฎิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิผล ความสำเร็จตามเป้าหมายที่องค์กรวางไว้ก็เป็นไปได้ง่าย

3.สถานประกอบการมีความเข้มแข็ง

การบริหารองค์กรโดยกำหนดให้มีการตรวจหายาเสพติดเป็นประจำ ทำให้องค์กรหรือสถานประกอบการมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการป้องกันปัญหายาเสพติด มีระบบเฝ้าระวังอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เป็นองค์กรสีขาวที่ปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน

4.สร้างจิตสำนึกความรักความผูกพันต่อองค์กร

ปัญหาการติดยาเสพติดของผู้ใช้แรงงาน ส่วนหนึ่งเกิดจากความเป็นอยู่ที่ยากจน การแข่งขัน รายได้ที่ไม่เพียงกับค่าใช้จ่าย ทำให้ต้องดิ้นรนหาทางออกให้กับตนเองบางคนหาทางออกไม่ได้ก็เลือกเสพยาเสพติดเพื่อให้ลืมปัญหาลืมความทุกข์ เมื่อตรวจพบสารเสพติดและมีแนวทางแก้ไขปัญหาโดยการส่งไปบำบัดฟื้นฟูและสามารถรับกลับเข้าทำงานใหม่อีกครั้ง เป็นการสร้างจิตสำนึกความรักความผูกพันต่อองค์กร ซึ่งส่งผลทั้งต่อผู้ประกอบการและผู้ใช้แรงงาน

5.เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม

การ ตรวจหาสารเสพติด ในสถานประกอบการ ทำให้ผู้ใช้แรงงานสามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและสถานประกอบการ เป็นการส่งผลดีต่อส่วนรวม เพราะช่วยให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นด้วย

ปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการ ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากพื้นฐานการดำรงชีวิตของผู้คนในสังคม และส่วนหนึ่งอาจเกิดจากเจ้าของสถานประกอบการเอาเปรียบผู้ใช้แรงงาน แสวงหาผลกำไรมากขึ้น ทำให้พนักงานหรือผู้ใช้แรงงานต้องทำงานหนักเพื่อให้ได้รับค่าแรงมากตามปริมาณงาน จนต้องพึงพายาเสพติด เพื่อหวังให้กระตุ้นการทำงาน หากมีมาตรการป้องกันและทำความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้ใช้แรงงานและผู้ประกอบการ นอกจากทำให้ปัญหายาเสพติดหมดไปแล้วยังส่งผลให้องค์กรหรือสถานประกอบการพัฒนาขึ้นในทุกๆด้าน

ประเภทของยาเสพติด และการตรวจหาสารเสพติด

ปัจจุบันการสมัครเข้าทำงานในองค์กรต่างๆ เมื่อผ่านการคัดเลือกด้านความรู้ความสามารถแล้ว ขั้นตอนสำคัญก่อนพิจารณารับเข้าทำงานก็คือการตรวจสุขภาพและการตรวจหาสารเสพติด เมื่อเข้าทำงานในองค์กรหรือสถานประกอบการต่างๆแล้ว แต่ละองค์กรก็ยังมีนโยบายในการทดสอบหาสารเสพติดจากพนักงานเป็นระยะๆ ซึ่งยาเสพติดที่แพร่ระบาดในประเทศไทยมีอยู่ 6 ชนิด

ประเภทของยาเสพติด

ประเภทของยาเสพติด และลักษณะการออกฤทธิ์       

1.ยาบ้า

ยาบ้า เป็นยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท เป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่มีชื่อว่า เมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) การเสพยาบ้าจะทำให้ผู้เสพ มีอาการหงุดหงิด วิตกกังวลใจ รู้สึกสับสน นอนไม่หลับ และอาการจะรุนแรงมากยิ่งขึ้นเมื่อเสพยามากขึ้น การเสพยาบ้าในปริมาณมากๆ หรือเสพติดต่อกันเป็นระยะวลานานๆ จะทำให้ผู้เสพกลายเป็นคนวิกลจริต และมีโอกาสทำร้ายผู้อื่นรอบข้างได้ ยาบ้าสามารถตรวจพบเในปัสสาวะได้ภายใน 20 นาที หลังการเสพ

2.ยาไอซ์ (Ice)

ยาไอซ์ (Ice) ผลึกใสสีขาวคล้ายน้ำแข็งจึงเป็นที่มาของชื่อยาไอซ์ นิยมเสพโดยการสูดดมควันหรือโดยการละลายน้ำแล้วฉีดเข้าเส้น การออกฤทธิ์คล้ายกับยาบ้า

3.ยาอี

ยาอี เป็นชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มยาเสพติดที่นิยมใช้ในสถานบันเทิง ที่พบในประเทศไทย จะมีลักษณะเป็นรูปแคปซูลหรือเม็ด ส่วนใหญ่จะเป็นยาเม็ดกลมแบนสีต่างๆ เสพโดยการรับประทาน จะออกฤทธิ์ภายใน 30-60 นาที และออกฤทธิ์นาน 6.-8  ชั่วโมง โดยออกฤทธิ์ทั้งกระตุ้นประสาทและหลอนประสาท ผู้เสพจะมีความสุขระยะสั้น และจะมีอาการประสาทหลอนอย่างรุนแรง สามารถตรวจพบได้ในปัสสาวะภายใน 3-4 ชั่วโมงหลังการเสพ

4.มอร์ฟีน/เฮโรอีน/ฝิ่น

มอร์ฟีน (Morphine) มีลักษณะเป็นผงสีขาวหรือสีเทา ไม่มีกลิ่น แรงกว่าฝิ่น 8-10 เท่า ทางการแพทย์

ใช้ฝิ่นเป็นยาระงับปวด

เฮโรอีน (Heroin) เป็นยาเสพติดที่สังเคราะห์ได้จากฝิ่น มีลักษณะเป็นผงสีขาว สีนวลหรือสีครีม มีรสขม ไม่มีกลิ่น มีฤทธิ์แรงกว่ามอร์ฟีนประมาณ 4-8 เท่า และมีฤทธิ์แรงกว่าฝิ่นประมาณ 30-90 เท่า เฮโรอีน

เป็นยาเสพติดร้ายแรงและติดง่ายที่สุด

ฝิ่น (Opium) มีลักษณะเป็นยางเหนียวสีขาว ได้จากการกรีดผลฝิ่นสดที่ยังไม่โตเต็มที่ ผู้เสพจะมีอาการง่วงซึม

5.โคเคน

โคเคน จะมีลักษณะเป็นผงสีขาว และเป็นก้อนผลึก การเสพจะมีฤทธิ์กระตุ้นประสาทอย่างรุนแรง โคเคนทำให้เกิดความผิดปกติขึ้นกับร่างกายได้ภายในเวลา 15-30 วินาที ฤทธิ์จะอยู่นานประมาณ 20-30นาที

6.กัญชา

กัญชา เป็นพืชล้มลุกมีกลิ่นเฉพาะตัวออกฤทธิ์ที่สมอง ในเบื้องต้นจะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้ผู้เสพตื่นเต้น ช่างพูด และหัวเราะตลอดเวลา ถ้าเสพในปริมาณมาก จะเกิดอาการประสาทหลอนและวิกลจริต ควบคุมตัวเองไม่ได้

ยาเสพติดทั้ง 6 ประเภท สามารถตรวจหรือทดสอบหาระดับและปริมาณของสารเสพติดด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ โดยทดสอบจากปัสสาวะของผู้รับการตรวจ ซึ่งในสถานประกอบการมีเพียง ที่ตรวจสารเสพติด ก็สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการ ตรวจหาสารเสพติด จากพนักงานได้แล้ว

การตรวจหาสารเสพติดในสถานประกอบการ สำคัญอย่างไร

การแพร่ระบาดของสารเสพติดทุกรูปแบบ เป็นปัญหาอย่างมากต่อเยาวชนและกลุ่มคนที่อยู่ในวัยแรงงาน จากสถิติข้อมูลของสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณะสุขปี 2560-2562 พบว่าผู้ที่เข้ารับการบำบัดเป็นคนวัยแรงงานมากถึงร้อยละ 60.62 จากปัญหาที่พบ ทำให้มีการควบคุมและกำหนดให้สถานประกอบการตรวจสอบผู้ใช้แรงงานหรือพนักงาน ให้ปลอดภัยจากยาเสพติดทุกประเภท

การตรวจหาสารเสพติดพนักงาน

ปัญหาแรงงานและการตรวจสารเสพติด

                จากปัญหาผู้ใช้แรงงานหรือผู้ที่อยู่ในวัยทำงานภายในสถานประกอบการต่างๆ มีความเสี่ยงต่อการใช้สารเสพติดชนิดต่างๆ ประกอบกับองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดให้มีการตรวจสอบพนักงานหรือบุคคลากรผู้ใช้แรงงาน เพื่อทำให้สถานประกอบการนั้นๆเป็นองค์กรที่ปลอดภัยจากยาเสพติด สถานประกอบการต่างๆ จึงจำเป็นที่จะต้องมีอุปกรณ์สำหรับการตรวจสอบสารเสพติดไว้ใช้ภายในองค์กร

ชุดตรวจสารเสพติด คืออะไร

                ชุดตรวจสารเสพติด หรืออุปกรณ์ทดสอบหาสารเสพติดให้โทษในร่างกายของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลโดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้รู้ว่าบุคคลหรือกลุ่มบุคคลนั้นมีสารเสพติดอยู่ในร่างกายหรือไม่ และการตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย สามารถตรวจได้จาก ปัสสาวะ เหงื่อ น้ำลาย เลือด เส้นผม และเล็บ ซึ่งการเลือกตัวอย่างชนิดใดมาทดสอบขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่นำมาใช้ทดสอบ

ความสำคัญของการตรวจสารเสพติด ในสถานประกอบการ

                จากนโยบายของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กำหนดให้สถานประกอบการทุกแห่งต้องปลอดจากยาเสพติด โดยส่งเสริมให้มีระบบการจัดการด้านยาเสพติดตามโครงการโรงงานสีขาวและระบบมาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดมีการเฝ้าระวังสำรวจพฤติกรรมของลูกจ้างและพนักงานในองค์กร หากพบว่ามีพฤติกรรมและตรวจพบว่ามีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย ก็จะถูกส่งบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพ นอกจากนั้นการตรวจสารเสพติดในสถานประกอบการ ยังเป็นการตอบรับนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศไทยอีกด้วย

มาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการ

                สำหรับเกณฑ์ที่ใช้เป็นมาตรฐานให้สถานประกอบการใช้ตรวจสอบป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด ประกอบด้วย 6 ขั้น ได้แก่

                1.มีบริการจัดการที่เป็นระบบ

                2.มีคณะทำงานเกี่ยวกับเรื่องของยาเสพติดภายในสถานประกอบการโดยเฉพาะ

                3.มีการประกาศประชาสัมพันธ์ รณรงค์ต่อต้านและให้ความรู้แก่พนักงานอย่างสม่ำเสมอ

                4.มีมาตรการเฝ้าระวังพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

                5.มีมาตรการช่วยเหลือ และให้โอกาสผู้เสพหรือผู้ติดยา

                6.มีการติดตามและประเมินผล

                การเฝ้าระวังตรวจสอบพฤติกรรมแรงงานหรือพนักงานในสถานประกอบการ มีการตรวจหาสารเสพติดด้วย ชุดทดสอบสารเสพติด นอกจากเป็นการสนองนโยบายในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของภาครัฐแล้ว ยังเป็นการสร้างมาตรฐานให้กับองค์กร ทำให้เป็นสถานประกอบการสีขาวที่ปราศจากยาเสพติดร้อยเปอร์เซ็นต์